สวัสดีปีใหม่ชาว Blink Drive ทุกท่านครับ โพสนี้จะเป็นMEGA โพส(โพสที่ผมใช้เวลาในการเขียนนานที่สุดในเดือนนี้)เพื่อส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ 2565 เนื่องจากผมจำเป็นต้องรวบรวมหาข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 44 รุ่นในอเมริกาที่เปิดตัวไปแล้ว(22 รุ่น)และกำลังเปิดตัวอีก 22 รุ่น ถ้าเทียบรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในท้องตลาดตั้งแต่ 2012- 2021 นั้นถือว่าปี 2022 นั้นเป็นปีเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าฝั่งอเมริกาอย่างมากครับ เพราะแค่ปี 2022 ปีเดียวก็มีรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมากขึ้นเป็นเท่าตัวของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าฝั่งอเมริกาแล้วครับ(เติบโต 100% ไปเลย)
เอาล่ะครับเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยรายชื่อรถยนต์ไฟฟ้าต่างๆ ดังนี้เลยนะครับ
1. Audi Q4 E-Tron ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท($45,000)

Audi Q4 E-tron ตัวนี้จะมาเป็นคู่ปรับกับ Volvo XC-40 และ Tesla Model Y นะครับ โดยราคาขายนั้นจะถูกกว่า Tesla Model Y เสียอีก แต่อย่าง


| รุ่น | ราคาขาย | ค่าจัดส่งปลายทาง | เงินช่วยจากรัฐบาล | ราคาหลังได้รับเงิน ช่วยเหลือจากรัฐ |
| 2022 Audi Q4 40 e-tron (19″) | $43,900 (1.44 ล้านบาท) | +$1,095 (36,195 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $37,495 (1.24 ล้านบาท) |
| 2022 Audi Q4 50 e-tron quattro (19″) | $49,900 (1.46 ล้านบาท) | +$1,095 (36,195 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $43,495 (1.24 ล้านบาท) |
| 2022 Audi Q4 Sportback 50 e-tron quattro (20″) | $52,700 (1.74 ล้านบาท) | +$1,095 (36,195 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $46,295 (1.24 ล้านบาท) |

สเปค Audi Q4 E-tron
| Model | ระบบขับเคลื่อน | Battery (kWh) | EPA Range | 0-96 km/h (วินาที) | ความเร็ว สูงสุด |
| 2022 Audi Q4 40 e-tron (19″) | RWD | 82 | 250 mi* (402 km) | 7.9 | 99 mph (159 km/h) |
| 2022 Audi Q4 50 e-tron quattro (19″) | AWD | 82 | 241 mi (388 km) | 5.8 | 112 mph (180 km/h) |
| 2022 Audi Q4 Sportback 50 e-tron quattro (20″) | AWD | 82 | 241 mi (388 km) | 5.8 | 112 mph (180 km/h) |
- แบตเตอรี่ : 82 kWh
- Range : 300 – 402 km
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 5.8 วินาที(และ 7.9 วินาทีรุ่น RWD)
- ความเร็วสูงสุด : 159 km/h (รุ่น RWD), 180 km/h (รุ่น AWD)
- ราคา : $45,000 (1.5 ล้านบาท)
- วางขาย : ปลายปี 2564
ที่มา : insideevs
2. BMW i4 ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท($55,000)

BMW i4 หรือทางค่าย BMW ได้บอกเอาไว้ว่ามันคือ Model 3 Killer นะครับ โดยBMW i4 รุ่นนี้จะถูกส่งออกมาเพื่อต่อกรกับ Tesla Model 3 บนท้องตลาดของอเมริกา BMW i4 นั้นคืออาวุธไม้ตายของ BMW เลยก็ว่าได้เพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Gen5 eDrive ซึ่งเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลังสูงและโหดที่สุดเท่าที่ BMW เคยสร้างมา

จริงๆ แล้ว BMW i4 คันนี้ได้ DNA ความแรงมาจากรุ่นพี่อย่าง BMW i8 อีกด้วยครับ แต่อย่างที่บอกไปคือใช้มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง่ eDrive Gen 5 ทำให้รถคันนี้สามารถเค้นพละกำลังออกมาได้มากถึง 536 แรงม้าแบ่งออกเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า(หน้า) 200 kW และมอเตอร์ไฟฟ้า(หลัง) 250 kW มาพร้อมอัตราเร่ง 0-96 km/h ภายใน 3.7 วินาที

แม้ BMW จะบอกว่า BMW i4 นั้นเป็นคู่แข่ง Tesla model 3 แต่ปรากฏว่า Onboard charger(ตัวรับไฟเข้ารถ)ของรถคันนี้มีมาให้แค่ 200 kW เท่านั้นเอง ส่วน Tesla Model 3 นั้นมีมาให้ 250 kW ไปแล้วครับ
200 kW ก็ไม่น่าเกลียดนะครับ เพราะเค้าเคลมว่าจะสามารถชาร์จแบตรถยนต์ไฟฟ้า BMW i4 จาก 10 – 80 % ภายใน 31 นาทีครับผม

สเปค BMW i4

- แบตเตอรี่แบบ Prismatic ขนาด 83.9 kWh โดน Software ล๊อคสเปคเอาไว้ที่ 81.5 kWh
- Range : 282 miles (454 km)
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3.7 วินาที(M50) และ 5.5 วินาที(รุ่นธรรมดา ขับหลัง)
- ความเร็วสูงสุด : 159 km/h
- ราคา : $45,000 (1.5 ล้านบาท)
- วางขาย : ต้นปี 2565
3. BMW iX ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท($83,200)

รถยนต์ไฟฟ้า iX xDrive 50 หนึ่งในสมาชิกของตระกูล iNext นี้ได้ถูกพัฒนาให้เป็นรถครอสโอเวอร์ตัวหรู (luxury crossover) ออกขายที่ราคา 2.4~2.5 ล้านบาท($83,200)

BMW iX มาพร้อมกับฟีเจอร์ครบครัน เช่น แรงม้าสูงสุด 516 แรงม้า, ขับเคลื่อน 4 ล้อ, ระบบชาร์จไฟตรงกำลังไฟสูงสุด 200 กิโลวัตต์(kW), ภายในมีระบบ eSim พร้อมรองรับการเชื่อมต่อคลื่นความถี่ 5G, และหลังคาซันรูฟแบบชิ้นเดียวพร้อมกระจกแบบช่วยปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมในทุกสภาพอากาศและช่วยบล็อคแสงยูวีและคลื่นอินฟราเรด







BMW ยังได้ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่ารุ่นพี่ของเจ้า iX50 ตัวนี้จะมีแรงม้ามากกว่า 600 ม้า จะออกสู่ตลาดในไม่ช้า
iX50 จะพร้อมจำหน่ายในตลากอเมริกาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565
สเปค BMW iX
| ที่นั่ง | 5 ที่นั่ง |
| จำนวนประตู | 5 ประตู |
| ระบบขับเคลื่อน | AWD |
| Length(ยาว) | 195.0 นิ้ว |
| Width(กว้าง) | 77.4 นิ้ว |
| Height(สูง) | 66.7 นิ้ว |
| Wheelbase(ฐานล้อ) | 118.1 นิ้ว |
| Ground clearance(ระยะห่างจากพื้น) | 8.0 นิ้ว |
| Turning diameter | 21.0 ฟุต |
| Engine type(เครื่องยนต์) | 5th generation electric synchronous(มอเตอร์ไฟฟ้า gen 5) |
| Front motor output(มอเตอร์หน้า) | 268 hp / 260 lb-ft |
| Rear motor output(มอเตอร์หลัง) | 335 hp / 295 lb-ft |
| Combined output(รวมพละกำลัง) | 516 hp / 564 lb-ft |
| Transmission(เกียร์) | Single-speed automatic(1 เกียร์ ออโต้) |
| Gear ratio, front(เฟืองทดหน้า) | 8.77 |
| Gear ratio, rear(เฟืองทดหลัง) | 11.12 |
| High-voltage battery(แบต) | Lithium-Ion |
| Voltage | 369 โวล์ท |
| Capacity | 303 Ah |
| ความจุแบตทั้งหมด | 111.5 kWh |
| ความจุแบตที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง | 106.3 kWh |
| ชาร์จจาก 0-100% | 11 ชั่วโมง ที่ความแรง 11 kW |
| ชาร์จจาก 10-80% | ต่ำกว่า 40 นาทีด้วยหัวชาร์จแบบ DC 200 kW |
| ความเร็วในการชาร์จแบบ AC | 11 kW |
| ความเร็วในการชาร์จแบบ DC | 200 kW |
| Wheels(ล้อ), standard(มาตราฐาน) | 8.5” x 20” |
| Tires(ยาง), standard(มาตราฐาน) | 235/60R20 108H XL |
| Brakes, front | 348 x 36 mm vented diskfour-piston floating caliper |
| Brakes, rear | 345 x 24 mm vented disksingle-piston fixed caliper |
| Steering type | EPS |
| Steering ratio | 16.0:1 |
| Track, front | 66.0 นิ้ว |
| Track, rear | 67.2 นิ้ว |
| Cx | 0.25 |
| อัตราเร่ง 0 – 100 km/h ภายใน | 4.6 วินาที |
| Top speed | 198.4 km/h |
| EPA range (preliminary) | 480 km |
| ราคา | เริ่มต้น 2.5 ล้านบาท($83,200) |
| วันวางจำหน่าย | ต้นปี 2565 |
ที่มา : electrek
4. BMW i7 – ราคาคาดการณ์ $100,000 (3.3 ล้านบาท)

BMW ตั้งใจกระโดดมาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มที่จริงๆ แหละครับ เพราะเค้าเตรียมเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า BMW i7 หรือ BMW Series 7 ไฟฟ้านั่นเองครับ โดย BMW i7 นี้จะมีคู่แข่งเป็น Porsche Taycan, Audi E-Tron GT, Lucid Air, Genesis Electrified G80, Tesla Model S และ Mercedes EQS
ส่วนราคาหรือสเปคนั้นทาง BMW ยังไม่เปิดเผยจนกว่าจะถึงวันเปิดตัว(เดือนกรกฏาคม 2565) นี้นะครับ
5. Cadillac Lyriq ราคาเริ่มต้น 2.31 ล้านบาท($69,040)

งานนี้ GM (General Motors) จัดหนัก จัดเต็มจริงๆ กับรถยนต์ไฟฟ้านะครับ โดยรอบนี้เอาค่าย Top line ของบริษัทตนเองอย่าง Cadillac เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Cadillac Lyriq ซึ่งจะใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนามาจาก Chevrolet Bolt และใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ ลงไปอย่างเช่น แบต Ultium จาก LG Chem และระบบนำทาง GM Super Cruise ที่ทางบริษัท GM หมายหมั้นปั้นระบบนี้ให้เทียบเท่ากับ FSD(Full Self-Driving) ของ Tesla นะครับ

อ้างอิงจากเว็บ carnewschina นั้น เค้าได้แจ้งมาว่า Cadillac ได้รับใบจอง Cadillac Lyriq มากกว่า 5,000 ใบจองเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วครับ ส่วนจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้า Cadillac Lyriq คันนี้คือจอภาพแสดงผลความละเอียด 9K หรือเรียกได้ว่าว่าเป็นรถที่มีจอแสดงผลชัดที่สุดในโลกไปแล้วครับ จอแสดงผลนี้มีขนาด 33 นิ้ว มาพร้อมชุดเครื่องเสียงจาก AKG ที่ติดตั้งลำโพงมาด้วยถึง 19 ดอก และการเชื่อมต่อของรถคันนี้รองรับ 5G เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

มาในส่วนสเปคการใช้งานนั้น Cadillac Lyriq มาพร้อมแบตเตอรี่ NMCA Lithium-ion ขนาด 100 kWh (12 Modules) มาพร้อมกับการรองรับการชาร์จ AC ที่ 11.5 kW และ DC Charge ที่ 190 kW
Highlight อีกส่วนคือกระจังหน้าที่มีไฟ LED ทั้งหมด 58 ดวงเรียงรายอยู่นั้น ตัวไฟ LED นั้นจะถูกกำหนดการแสดงผลเป็นแบบ Choreographed ซึ่งมันจะเปลี่ยนสถานะการจัดเรียงไฟไปตามโหมดต่างๆ ของการใช้งานเช่น “wake up” ปลดล๊อครถหรือปลุกรถขึ้นมา, หรือจะเป็น “rest mode” คือการเดินออกจากตัวรถและรถจะทำการล๊อคอัตโนมัติ

สเปค Cadillac Lyriq
- แบตเตอรี่ NMCA Lithium-ion ขนาด 100 kWh (12 Modules)
- Range : 300 miles (480 km)
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : ยังไม่ระบุ
- ความเร็วสูงสุด : ยังไม่ระบุ
- ราคา : $69,040 (2.31 ล้านบาท)
- เริ่มผลิต : ต้นปี 2565 ณ เมือง Spring Hill รัฐ เทนเนสซี่
- วางขาย : ปลายปี 2565
ที่มา : Greencarreport
6. รถตู้ Mini Van Canoo Lifestyle Vehicle – ราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท($34,750)

จริงๆ ตอนแรกผมจะตัดรถคันนี้ออกจาก “รถยนต์ไฟฟ้ามาใหม่ในปี 2565” แล้วนะครับเพราะผมคลับคล้ายคลับคลาว่า รถตู้ไฟฟ้าคันนี้เป็น concept car แต่พอไปเปิดดูแผนงานของเค้าจริงๆ ปรากฏว่า เค้าย้าย R&D รวมไปถึงโรงงานผลิตรถตู้ไฟฟ้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาเป็นรัฐอาคันซอ(Arkansas) ประเทศอเมริกา แถมตั้งเป้าส่งมอบภายในปีหน้า(2565)ถึง 6,000 คัน โดยจะเริ่มผลิตและส่งมอบคันแรก ณ เดือนมีนาคม 2565 นี้แล้วครับ

โดยโรงงานผลิตรถตู้ไฟฟ้า Canoo Lifestyle คันนี้จะตั้งอยู่ ณ รัฐโอกลาโฮม่า ประเทศอเมริกาซึ่งมีกำลังผลิตสูงสุดที่ 150,000 คันต่อปี ส่วนแบตเตอรี่ที่ใช้นั้นเป็นประเภท Lithium-ion ที่ได้ supplier (ผู้ผลิต)เป็น Panasonic(พานาโซนิค) ซึ่งตัวรถตู้ไฟฟ้าคันนี้จะใช้แบตขนาด 80 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ 250 ไมล์(400 km) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

- แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 80 kWh
- Range : 250 miles (400 km)
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : ยังไม่ระบุ
- ความเร็วสูงสุด : ยังไม่ระบุ
- ราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท($34,750)
- เริ่มผลิต : เดือนมีนาคม ปี 2565 ณ รัฐ โอกลาโฮม่า
- วางขาย : ต้นปี 2565
7. Ford F-150 Lightning ราคาเริ่มต้น 1.3 ล้านบาท($39,974)
อ้างอิงจากประวัติการผลิตรถกระบะของฟอร์ดนั้น ฟอร์ด F-150 ถือว่าเป็นรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาถึง 44 ปีและตอนนี้ฟอร์ดเหมือนจะหันหลังให้กับการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาบและหันมาพัฒนาพร้อมกับผลิตรถยนต์ไฟฟ้าฟอร์ด F-150 รุ่น Lightning ทดแทนนะครับ

เริ่มด้วยระบบขับเคลื่อนนั้น ฟอร์ดได้ทำการรื้อโครงสร้างแบบเดิม(ICE car หรือรถน้ำมัน)ทิ้งทั้งหมดและแทนที่ด้วยแบตเตอรี่กับมอเตอร์ไฟฟ้าครับ

อย่างไรก็ตาม รถกระบะไฟฟ้าฟอร์ด F-150 Lightning คันนี้ยังใช้พื้นฐานช่วงล่างและตัวถังเหมือนรุ่นพี่อย่างฟอร์ด F-150 ที่เป็นตัวน้ำมันอยู่นะครับ สิ่งที่แตกต่างออกไปคือพละกำลังมหาศาลและความแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าของรถกระบะไฟฟ้าฟอร์ด F-150 Lightning คันนี้ครับ
อัตราเร่ง 0-96 km/h ภายใน 4.4 วินาที
ใช่ครับ คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ นี่เป็นอัตราเร่งขั้นพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปไปแล้วครับ รถกระบะไฟฟ้าฟอร์ด F-150 Lightning คันนี้มีสองรุ่นให้เลือกด้วยกันคือ
- รุ่น SR [Standard Range battery]
- พละกำลัง 426 แรงม้า
- แรงบิดที่ 775 lb-ft
- Range ที่ 230 ไมล์หรือ 368 km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
- อัตราเร่ง 0-96 km/h ที่ 5.2 วินาที
- ราคา 1.25 ล้านบาท($41,669)
- รุ่น ER [Extended-Range] battery
- พละกำลัง 563 แรงม้า
- แรงบิดที่ 775 lb-ft
- Range ที่ 300 ไมล์หรือ 480 km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
- อัตราเร่ง 0-96 km/h ที่ 4.4 วินาที
- ราคา ยังไม่ระบุ


| สเปค | 2022 Ford F-150 Lightning |
| ประเภทกระบะ | Full Sized |
| ราคาเริ่มต้น | 1.35 ล้านบาท($41,669) |
| ระบบขับเคลื่อน | มอเตอร์หน้า-หลัง, ขับเคลื่อน 4 ล้อ, |
| รูปแบบ | 5 ที่นั่ง, 4 ประตู |
| มอเตอร์ | 426-563 แรงม้า/775-lb-ft , AC permanent-magnet electric |
| เกียร์ | 1 เกียร์ |
| น้ำหนักรถ | 6,500 ปอนด์ (2,954 kg) |
| ฐานล้อ | 145.4 นิ้ว |
| ยาว x กว้าง x สูง | 231.7 x 79.9 x 77.2 นิ้ว |
| 0-96 km/h | 4.5 วินาที |
| EPA FUEL ECON | ยังไม่มีการทดสอบ |
| วางขาย | พฤษภาคม 2565 |



ภายในคือมัสแตงส์ไฟฟ้า + F-150
ภายในของรถกระบะฟอร์ด F-150 Lightning คันนี้ถูกออกแบบให้ผสมผสานระหว่างความเป็นกระบะ F-150 และความทันสมัยจากฟอร์ดมัสแตงส์ไฟฟ้าหรือ Mach-e นั่นเองครับ
โดยฟอร์ดได้เอาหน้าจอ infotainment มาจากรถสปอร์ตไฟฟ้า Mach-e เลยครับ




ส่วนความดิบของรถกระบะฟอร์ด F-150 Lightning ก็ได้สายพันธุ์เดิมมาจากรุ่นพี่อย่างเช่น ระบบลากรถพ่วง(trailer), หรือพวกคันเกียร์พับได้ที่เหมาะสำหรับผู้รับเหมาที่ต้องการทำงานบนรถนะครับ







อีกความดิบนึงที่คนรักกระบะต้องชอบและฟอร์ดยังใส่ให้มาคือพวงมาลัยแบบ multi-function และปุ่มกดควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถแบบจัดเต็มนะครับ




ห้องโดยสารกว้างขวาง 5 ที่นั่ง



Frunk แบบใหญ่จุของสะใจแน่นอน
ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถกระบะไฟฟ้าคือไม่มีเครื่องยนต์ให้เกะกะขวางทางนะครับ ทำให้ค่ายรถยนต์สามารถสร้างพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมตรง Frunk ย่อมาจาก Front Trunk แปลว่าใต้ฝากระโปรงรถครับ







ส่วนท้ายรถนั้นก็เหมือนกระบะทั่วไปครับ





8. Genesis GV60 ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท($55,000)
Genesis นั้นเป็นค่ายรถ Topline ของค่ายรถยนต์ฮุนได(Hyundai)
เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ยังไม่เป็น Production car ในปี 2564 นี้นะครับ ทำให้สื่อต่างๆ มีข้อมูลเกี่ยวกับรถคันนี้น้อยมากๆ ยังไงแล้วเดี๋ยวผมจะทำการ update ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับรถคันนี้ในปี 2565 นี้นะครับ
ที่มา : genesis
ที่มา : motortrend
9. GMC Hummer EV ราคาเริ่มต้น 2.64 ล้านบาท($80,000)

ค่าย GM นั้นได้เปิดตัว Hummer EV ไปในตุลาคม 2563 แล้วจากนั้น GM ก็ไม่ได้ update ข่าวคราวของรถยนต์ไฟฟ้า SUV Full size คันนี้อีกเลยครับ จนมาถึงกลางปี 2564 นั้น GM ได้ออกมาประกาศรับใบจองรถยนต์ไฟฟ้า GMC Hummer EV ในราคาเริ่มต้น $79,995 หรือ 2.64 ล้านบาท(ส่วนมอบปี 2566) แต่อย่างไรก็ตามรุ่นแรกที่จะส่งมอบนั้นคือ Hummer EV 1st Edition ราคาอยู่ที่ $110,000 หรือ 3.63 ล้านบาทซึ่งจะมีการส่งมอบรถคันแรกภายในต้นปี 2565 นี้นะครับ

GM ยังไม่เปิดสเปคอย่างเป็นทางการให้คนทั่วไปรู้ว่าใช้มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นไหนอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือตัว Top ของ GMC Hummer EV นั้นมาพร้อมมอเตอร์ที่มีพละกำลัง 1,000 แรงม้าและสามารถวิ่งได้ 350 ไมล์(560 km)ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

อย่างที่รู้กันว่า Hummer รุ่นก่อนที่เป็นรถยนต์น้ำมันนั้นมีเครื่องยนต์ดีเซลขนาดมหึมาที่มาพร้อมความจุ 6.2 ลิตรเรียกได้ว่า อย่าถามหาความประหยัดในการเติมน้ำมันเลยครับ ถ้าซื้อมาขับได้จริง ต้องเสี่ยระดับนึงเพราะค่าน้ำมันนั้นน่าจะแพงกว่าค่าผ่อนรถหรือประกันรถอย่างแน่นอนครับ การที่ GM หักดิบมาเป็นไฟฟ้าล้วนแบบนี้ทำให้คนหันมาสนใจเข้ามาถือใบจองมากกว่า 60,000 คนแล้วนะครับ

รถยนต์ไฟฟ้า Hummer EV รุ่นที่จะวางขายในปีหน้านี้จะเป็นรุ่นขนาด 5 ที่นั่งหรือจะเรียกได้ว่าเป็นกระบะ Full Size เหมือนพวก Ford F-150 เลยล่ะครับ
สเปค Hummer EV
- แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 200 kWh
- Range : 350 miles (560 km)
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : 3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด : 106 mph หรือ 170 km/h
- ราคาเริ่ม : 2.64 ล้านบาท($80,000) และ EV 1st edition อยู่ที่ $110,000 หรือ 3.63 ล้านบาท
- เริ่มผลิต : ปลายปี 2564
- วางขาย : ต้นปี 2565
10. Kia EV6 ราคาเริ่มต้น 1.48 ล้านบาท ($45,000)

Kia EV6 นั้นจะถูกออกแบบภายใต้โครงสร้างเดียวกันกับ Genesis GV60 คือทั้งสองจะใช้ platform E-GMP ร่วมกันนะครับ ตัว Kia EV-6 นั้นจะถูกนำมาเป็นคู่แข่งกับ Ford Mach-e เนื่องจากรูปร่างของรถคันนี้มี dimension (รูปทรง)ที่คล้ายคลึงกับ Ford Mach-e อย่างมากครับ Kia EV6 นั้นจะมี 2 รุ่นให้เลือกหลักๆ คือรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังกับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
ส่วนเรื่องอัตราเร่ง 0-100 km/h ของรุ่น Top (AWD) นั้นถือว่าทำได้สูสีกับ Tesla Model 3 Performance เลยนะครับทำเวลาออกมาได้ที่ 3.5 วินาที


สเปค Kia EV6
- แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 77 kWh
- Range : 395 km
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : 3.5 วินาที
- ความเร็วสูงสุด : 260 km/h
- ราคาเริ่ม : 1.48 ล้านบาท ($45,000) – 1.82 ล้านบาท($55,000)
- เริ่มผลิต : กลางปี 2564
- วางขาย : ปลายปี 2564

11. Lucid Air ราคาเริ่มต้น 5.58 ล้านบาท ($169,000)
อ้างอิงข้อมูลจาก Insideevs นั้น Lucid Air เริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้แก่ชาวอเมริกา ณ วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมาแล้วนะครับ

การส่งมอบรถคันนี้จะมี Lucid Air รุ่น Dream Edition (รุ่นเปิดไลน์ผลิต) ทั้งหมด 520 คันซึ่งตัวเลข 520 คันนี้ก็ยังเชื่อมโยงไปกับ Range(ระยะทางที่วิ่งได้)ของรถคันนี้อยู่ที่ 520 ไมล์หรือ 837 km ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้งครับ
อย่างไรก็ตาม Lucid ยังบอกอีกว่า ยอดจอง Lucid Air ตอนนี้พุ่งทะลุ 13,000 ใบจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่เราส่งมอบรุ่น Dream Edition ครบหมดแล้ว ก็จะมีรุ่น Lucid Air Grad Tuoring ซึ่งจะมีราคาถูกกว่ารุ่น Dream Edition ประมาณ 1 ล้านบาท($30,000) ครับ

ส่วนนี้คือตารางราคาและสเปครถยนต์ไฟฟ้า Lucid Air รุ่น Dream Edition ครับ

| Model | Base Price (ราคาขาย) | Dest. Charge (ค่าส่งรถ) | Tax Credit (ส่วนลดภาษี) | Effective Price (ราคาหลังหักส่วนลด) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Performance (19″) | $169,000 (5.58 ล้านบาท) | +$1,500 (49,500 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $163,000 (5.38 ล้านบาท) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Performance (21″) | $169,000 (5.58 ล้านบาท) | +$1,500 (49,500 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $163,000 (5.38 ล้านบาท) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Range (19″) | $169,000 (5.58 ล้านบาท) | +$1,500 (49,500 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $163,000 (5.38 ล้านบาท) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Range (21″) | $169,000 (5.58 ล้านบาท) | +$1,500 (49,500 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $163,000 (5.38 ล้านบาท) |
| 2022 Lucid Air Grand Touring (19″) | $139,000 (4.59 ล้านบาท) | +$1,500 (49,500 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $133,000 (4.39 ล้านบาท) |
| 2022 Lucid Air Grand Touring (21″) | $139,000 (4.59 ล้านบาท) | +$1,500 (49,500 บาท) | $7,500 (247,500 บาท) | $133,000 (4.39 ล้านบาท) |
| Model | Drive | Battery (kWh) | EPA Range | 0-96 km/h (วินาที) | Top Speed |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Performance (19″) | AWD | 118 | 471 mi (758 km) | 2.5 | 168 mph (270 km/h) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Performance (21″) | AWD | 118 | 451 mi (726 km) | 2.42 | 168 mph (270 km/h) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Range (19″) | AWD | 118 | 520 mi (837 km) | 2.7 | 168 mph (270 km/h) |
| 2022 Lucid Air Dream Edition Range (21″) | AWD | 118 | 481 mi (774 km) | 2.74 | 168 mph (270 km/h) |
| 2022 Lucid Air Grand Touring (19″) | AWD | 112 | 516 mi (830 km) | 3.0 | 168 mph (270 km/h) |
| 2022 Lucid Air Grand Touring (21″) | AWD | 112 | 469 mi (755 km) | 3.0 | 168 mph (270 km/h) |
12. Mercedes-Benz EQB ราคาเริ่มต้น 1.48 ล้านบาท ($45,000)

Mercedes-Benz เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้า EQB พร้อมราคาขาย ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา โดย electrek มองว่า รถยนต์ไฟฟ้า EQB คันนี้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า EQA นิดนึงสาเหตุหลักที่ Benz มุ่งสร้างรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นนี้ก็เพราะต้องการเอารถ SUV ไฟฟ้ามาขายแข่งกับ Ford Mach-e และ Tesla Model Y ในทวีปยุโรป
อย่างที่เราทราบกันคือ หมดยุครถน้ำมัน!! Benz ประกาศยุติการผลิตรถน้ำมันภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ดังนั้นตัว Benz EQB ตัวนี้จะมาทับไลน์ผลิตเก่าของ Benz GLB SUV อีกด้วยนะครับ EQB จะมี 2 รุ่นหลักๆ ออกมาให้เลือกคือ
- EQB 300 4MATIC มาพร้อมความแรง 225 แรงม้า
- EQB 350 4MATIC มาพร้อมความแรง 288 แรงม้า

ระบบขับเคลื่อนทั้งสองรุ่นจะเป็นแบบขับสี่โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว(หน้า-หลัง) ส่วนแบตเตอรี่ก็เป็นแบบ lithium-ion ตามรุ่นพี่ EQC , EQS แต่ขนาดที่ให้นั้นคือ 66.5 kWh นะครับ
สเปครถ SUV ไฟฟ้า Mercedes-Benz EQB
| EQB 300 4MATIC | EQB 350 4MATIC | |
| ระบบขับเคลื่อน | All-wheel drive | All-wheel drive |
| มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า/หลัง | หน้า : Asynchronous motor (ASM) หลัง : Permanently excited synchronous motor (PSM) | หน้า : Asynchronous motor (ASM) หลัง : Permanently excited synchronous motor (PSM) |
| ความแรง(มอเตอร์) | 168 kW | 215 kW |
| แรงบิด(สูงสุด) | 390 nm | 520 nm |
| อัตราเร่ง 0-100 km/h | 8.0 วินาที | 6.2 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 160 km/h | 160 km/h |
| ความจุแบต(ที่สามารถใช้งานได้ :NEDC) | 66.5 kWh | 66.5 kWh |
| อัตราความสิ้นเปลือง (NEDC) | 16.2 kWh ต่อ100 km | 16.2 kWh ต่อ 100 km |
| อัตราความสิ้นเปลือง (WLTP) | 19.4-18.1 kWh ต่อ 100 km | 19.4-18.1 kWh ต่อ 100 km |
| ราคาเริ่มต้น | 2.1 ล้านบาท(€55,311) | 2.21 ล้านบาท(€57,988.70) |
| กว้าง x ยาว x สูง | 1,834mm ; 4,684mm ; 1,701mm | 1,834mm ; 4,684mm ; 1,701mm |
13. Mercedes-Benz EQE

Mercedes Benz คันนี้มีรหัสเต็มๆ ว่า Mercedes Benz EQE 350 ซึ่ง Benz วางแผนที่จะสร้างรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล EQ ขึ้นมาทับไลน์ผลิตเก่าไปเรื่อยๆ จนไม่เหลือรถยนต์น้ำมันให้ขายภายในปี 2030 นะครับ โดยตัว Benz EQE 350 นี้จะมาทับไลน์รถยนต์น้ำมัน E-Class ซึ่งเป็น mid-level ของ Benz ครับ และ Benz ตั้งใจจะสร้างรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้เพื่อมาต่อกรกับรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S ด้วยครับ
ส่วน Benz EQS นั้นมีขนาดใหญ่กว่า EQE และ Model S ครับ ซึ่งเบ็นซ์ไม่ได้ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อทำตลาดแข่งกับ Tesla Model S ครับ

มาพร้อมจอ MBUX Hyperscreen

รถยนต์ไฟฟ้า Mercedes Benz EQE 350 คันนี้จะใช้จอเหมือนรุ่นพี่ EQS คือเป็นจอยาวขนาด 55 นิ้วที่ Benz เรียกนวัตกรรมนี้ว่า MBUX Hyperscreen ครับ จอตัวนี้จะสามารถแสดงผลได้ทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งข้างไปพร้อมๆ กันครับ

สเปครถ Mercedes-Benz EQE 350
- มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขนาด 288 แรงม้า(215 kW)
- ตัว Performance มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวให้กำลังไฟสูงสุดที่ 500 kW
- ขับเคลื่อนล้อหลัง
- ระบบโช๊ค : Air suspension(โช๊คลม)
- มี option เลี้ยวได้ 4 ล้อเป็น Subscription(รายปี)
- แบตขนาด 90.6 kWh
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน 19.3-15.7 kWh/100 km
- วิ่งได้ไกลถึง 410 ไมล์ หรือ 670 km (มาตราฐาน WLTP)
- ชาร์จไฟผ่าน DC Fast Charge ได้เร็วถึง 170 kW
- วางจำหน่าย : กลางปี 2565
- ราคาจำหน่าย : ยังไม่ระบุ(แต่จะอยู่แถวๆ $65,000 หรือ 2 ล้านบาท)

14. Nissan Ariya ราคาเริ่มต้น 1.51 ล้านบาท ($46,000)

รถยนต์ไฟฟ้า Nissan Ariya จะทำการวางขายภายในปลายปี 2565 ณ ประเทศอเมริกานะครับ รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลักๆคือ standard range (RWD) และ Long Range (AWD) โดยตัวขับหลังนั้นจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า(FWD) ที่มีความแรง 238 แรงม้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ(AWD)ที่มีความแรง 389 แรงม้า ภายในรถยนต์ห้องโดยสารก็จะถูกออกแบบให้สวยหรูและใหม่ทั้งหมด รถคันนี้จะเป็นคู่แข่งกับ Tesla Model Y ได้เลยเพราะมี 5 ที่หนึ่งและเป็น SUV เหมือนกัน
สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาคือกระจกหลังคาที่ยาวใหญ่จนไปถึงด้านหลังของรถนะครับ

สเปครถ Nissan Ariya
- Standard Range : มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขนาด 238 แรงม้า
- Long Range มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวให้พละกำลังสูงสุดที่ 389 แรงม้า
- ขับเคลื่อนล้อหน้าหรือ 4 ล้อ
- แบตเตอรี่รุ่น Long Range 87 kWh , รุ่นธรรมดา : N/A
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : 7.6 วินาที
- ความเร็วสูงสุด : 160 km/h
- ราคาเริ่ม : 1.51 ล้านบาท ($46,000) – 1.95 ล้านบาท($59,000)
- วางขาย : ปลายปี 2565
15. Porsche Macan EV ราคาเริ่มต้น 2.48 ล้านบาท($75,000)

ปอร์เช่ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า ปอร์เช่มาคันน์(Porches Macan) รุ่นถัดไปที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2022 นั้นจะเป็น Version ไฟฟ้าล้วน หลังจากบริษัทได้ประสบความสำเร็จในการเปิด Porches Taycan (ไทคานน์) ไปในปีที่แล้ว พร้อมกำชับว่าหลังปี 2022 ไปรถยนต์ในบริษัทต้องโฟกัสไปที่ Hybrid plug-in หรือไม่ก็ไฟฟ้า(EV) ล้วนเท่านั้น ส่วนรุ่นน้ำมันล้วนนั้นจะหยุดการพัฒนาทั้งหมด แต่ยังคงมีการขายอยู่
Porsche กล่าวว่ารูปแบบการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของเค้านั้นจะทำภายใต้ PPE Platform ย่อมาจาก Premium Platform Electric
PPE PLATFORM

รถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นของ Porsche (ปอร๋เช่)จะสร้างจากพื้นฐาน PPE Platform ที่ร่วมมือกันพัฒนากับบริษัทในเครืออย่าง Audi และ Volkswagen
ตัว PPE(Premium Platform Electric) Platform นั้นก็คือการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าออกมาให้ simple (ง่าย) มากที่สุด [ง่ายต่อการสร้างและง่ายต่อการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา] แถมมอเตอร์และแบตนั้นใช้เดียวกันหรือเรียกได้ว่า รถ Audi แบตพังหรือเสียก็สามารถนำแบตของ Porsche มาเปลี่ยนใส่เข้าไปได้ครับ

โดยการสร้างนั้นเรียบง่ายเป็นอย่างมากคือติดตั้งแบตเอาไว้ใต้ห้องโดยสารและมอเตอร์ประกบเข้ากับล้อหน้า หรือล้อหลังดังภาพด้านล่าง

รถยนต์ไฟฟ้า Porches Taycan ถือว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทที่พัฒนาและสร้างภายใต้รูปแบบ PPE Platform ครับ
Porsche ยังกล่าวอีกว่า รถยนต์ Porshe Macan รุ่นน้ำมันธรรมดานั้นจะออกมาวางจำหน่ายภายในเร็วๆ นี้ แต่บริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและวิจัยรถยนต์น้ำมันอีกแล้ว ดังนั้นการผลิตรุ่นนี้ออกมาขายนั้นเพื่อต่อลมหายใจบริษัทไปซักพัก เพื่อรอการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Porsche Macan EV ในปี 2022 ซึ่งราคา Porsche Macan EV จากเริ่มต้นที่ $65,000 หรือประมาณ 2 ล้านบาท
สเปครถ Porsche Macan EV
- ขับเคลื่อนล้อหน้าหรือ 4 ล้อ
- แบตเตอรี่ : N/A
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : N/A วินาที
- ความเร็วสูงสุด : N/A
- ราคาเริ่ม : 2.48 ล้านบาท($75,000)
- วางขาย : กลางปี 2565
16. Rivian R1T ราคาเริ่มต้น 2.12 ล้านบาท($69,000)


กระบะไฟฟ้าที่มาแรงอันดับต้นๆ ของอเมริกาในตอนนี้ก็คือ กระบะไฟฟ้า Rivian ที่มีฟังชั่นในการใช้งานแบบเยอะและครบครันจริง ๆ แหละครับ จริงๆ แล้วกระบะไฟฟ้า Rivian นั้นได้ส่งมอบไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยรุ่นแรกที่วางขายนั้นคือ Launch edition ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ $73,000 หรือ 2.41 ล้านบาท มาพร้อมประกันอุปกรณ์ต่างๆ รอบคัน 5 ปีหรือ 100,000 km และประกันแบตและมอเตอร์ไฟฟ้า 8 ปีหรือ 280,000 km ครับ Rivian ยังรับประกันอีกว่า ภายใน 8 ปีนั้น ต่อให้ใช้งานแบบไหนยังไง SoH (State of Health)ของแบตจะไม่ลงต่ำกว่า 70% ถ้าลงต่ำกว่านั้นเค้าให้เคลมแบตใหม่ฟรีเลย

- ราคาเริ่มต้น $69,000 หรือ 2 ล้านบาท
- ระบบขับเคลื่อน : ขับ 2 ล้อ(มอเตอร์เดี่ยว), ขับ 4 ล้อ (มอเตอร์ 3 หรือ 4 ตัว)
- แรงบิด : 829 lb-ft
- มอเตอร์ : 402 – 750 แรงม้า
- เกียร์ : 1 เกียร์
- รูปแบบ : 4 ประตู/5 pass/พื้นที่กระบะ 4.5 ฟุต
- ขนาดรถ (ยาว x กว้าง x สูง) : 217.1 x 79.3 x 71.4 นิ้ว
- ฐานล้อ : 135.8 นิ้ว
- อัตราเร่ง 100 km/h : 3.0 – 4.0 วินาที
- แบตเตอรี่ : 105 kWh, 135 kWh หรือ 180 kWh
- ระยะทางที่วิ่งได้ : 368 km , 480 km และ 640 km
- ลากของได้หนักถึง 5.5 ตัน
- บรรจุของได้หนักถึง 880 kg
- วางขาย : กันยายน 2564

17. Tesla Cyber Truck | 1.2 ล้านบาท


จริง ๆ แล้วรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองเยอะที่สุดในโลกคือรถกระบะไฟฟ้า Tesla Cyber Truck นะครับ โดยในต้นปี 2021 นั้น มีรายงานเข้ามาว่า Tesla ได้รับใบจอง(แบบวางเงินจอง) Tesla Cybertruck ไปมากกว่า 1 ล้านใบจองแล้ว หรือจะเรียกได้ว่าถ้าคุณจองรถกระบะไฟฟ้า Tesla Cybertruck วันนี้ก็รอรับปลายปี 2566 ไปเลยครับ เพราะลำพังส่งมอบคนที่จองอยู่ก็ใช้เวลาอย่างต่ำประมาณ 3 ปีแล้วครับ

อีกเรื่องคือ Tesla ปิดจองแบบเปิดสเปคไปแล้วนะครับ ใครจะจองนั้นได้แต่ลงชื่อเอาไว้แต่เค้าไม่เปิดให้จองเป็นรุ่นแยกย่อยอีกแล้วครับ ยังไงผมเอาสเปครถกระบะไฟฟ้า Tesla Cybertruck แบ่งราคาออกเป็น 3 รุ่นหลักๆมาวางเอาไว้ด้านล่างนี้นะครับ

- รุ่น มอเตอร์ตัวเดียว ราคา 1.2 ล้านบาท($39,000)
- ขับหลัง
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 6.5 วินาที
- วิ่งได้ 250 ไมล์(402 km)
- ความเร็วสูงสุด 110 mph หรือ 177 km/h
- ลากรถพ่วงของหนักได้ถึง 7,500 ปอนด์ หรือ 3.4 ตัน

- รุ่น มอเตอร์ 2 ตัว ราคา 1.5 ล้านบาท($49,900)
- ขับ 4 ล้อ
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 4.5 วินาที
- วิ่งได้ 300 ไมล์(482 km)
- ความเร็วสูงสุด 120 mph หรือ 193 km/h
- ลากรถพ่วงของหนักได้ถึง 10,000 ปอนด์ หรือ 4.5 ตัน

- รุ่น มอเตอร์ 3 ตัว ราคา 2.1 ล้านบาท($69,900)
- ขับ 4 ล้อ
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
- วิ่งได้ 500 ไมล์(804 km)
- ความเร็วสูงสุด 130 mph หรือ 209 km/h
- ลากรถพ่วงของหนักได้ถึง 14,000 ปอนด์ หรือ 6.35 ตัน
หมายเหตุ : วางเงินมัดจำวันนี้ $100 หรือ 3,000 บาท เริ่มผลิตปลายปี 2564 ส่วนรุ่น 3 มอเตอร์เริ่มผลิตปลายปี 2564 เช่นกัน

สเปคคร่าวๆ ของกระบะไฟฟ้า Tesla Cybertruck
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
- วิ่ง 1/4 ไมล์จบภายใน 10.4 วินาที(เร็วกว่า ปอร์เช่ 911)
- ราคาเริ่มต้น $39,000 หรือ 1.2 ล้านบาท
- ระยะทางที่วิ่งได้ : รุ่นธรรมดา 250 ไมล์(402 km) , รุ่น mid-range 300 ไมล์(482 km) รุ่นท๊อป 500 ไมล์(804 km)
- มีปลั๊กจ่ายไฟออกจากรถ(เพื่อใช้งานสำหรับตั้งแคมป์กลางป่า)ที่ 110 volt และ 220 volt

รถกระบะไฟฟ้า Tesla Cybertruck จะเริ่มส่งมอบกลางปี 2565 นี้ครับ
18. Subaru Solterra ราคาเริ่มต้น 1.22 ล้านบาท($37,000)


Subaru ก็หันมาทำรถยนต์ไฟฟ้านะครับ มาคราวนี้เอา production car มาโชว์ให้ดูเลย โดยรถยนต์ไฟฟ้า Subaru Solterra จะใช้ platform ในการสร้างแบบเดียวกันกับ Toyota bZ4X ครับ ซึ่งถ้ามองผิวเผินนั้นรถยนต์ไฟฟ้า Subaru Solterra คันนี้จะหน้าตาเหมือน Subaru Crosstrek หรือ Toyota RAV4 ครับ รถยนต์ไฟฟ้า Subaru Solterra รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวให้แรงม้ารวมอยู่ที่ 215 แรงม้าครับ ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ(หน้า)จะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 107 แรงม้า 1 ตัว

สเปครถ Subaru Solterra
- ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าหรือ 4 ล้อ
- ความแรง 215 แรงม้า(มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว)
- แบตเตอรี่ 71.4 kWh
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : 7.6 วินาที
- ระยะทางที่วิ่งได้ : รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า 530 กิโลเมตร รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 460 กิโลเมตร
- ความเร็วสูงสุด : ยังไม่ระบุ
- ราคาเริ่ม : 1.22 ล้านบาท($37,000) – 1.49 ล้านบาท($45,000)
- วางขาย : กลางปี 2565
19. Toyota bZ4X ราคาเริ่มต้น 1.22 ล้านบาท($37,000)

Toyota bZ4X นั้นจะใช้พื้นฐานการผลิตเหมือน Subaru Solterra และใช้ platform ร่วมกัน ส่วนรูปร่างของตัวรถนั้นจะเหมือน SUV อย่าง Toyota RAV4 เป็นต้นครับ
Toyota พยายามอย่างหนักหน่วงในการเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2022 โดยเค้าจะเริ่มเปิดตลาดยานยนต์ไฟฟ้า Totota bZ4X ที่ประเทศอเมริกาเป็นที่แรกนะครับ
รถยนต์ไฟฟ้า Toyota bZ4X นั้นมี 2 รุ่นให้เลือกคือ รุ่นขับหน้าจะมาพร้อมอมเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้าและแบตเตอรี่ 71.4 kWh ส่วนรุ่นขับ 4 ล้อจะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า(รวมพละกำลัง)ออกมาที่ 215 แรงม้าและแบตเตอรี่ 72.8 kWh
รถยนต์ไฟฟ้า Toyota bZ4X คันนี้จะมาพร้อมระบบ Toyota Safety Sense 3.0 ซึ่งจะมีระบบประคองรถให้อยู่ในเลน, รักษาความเร็วรถและระยะห่างจากคันข้างหน้านะครับ
สเปครถ Toyota bZ4X
- ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าหรือ 4 ล้อ
- ความแรง 215 แรงม้า(มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว), 201 แรงม้า(มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว)
- แบตเตอรี่ 71.4 kWhสำหรับรุ่นขับ 2, และ 72.8 kWh สำหรับรุ่นขับ 4
- อัตราเร่ง 0-100 km/h : 7.6 วินาที
- ระยะทางที่วิ่งได้ : รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า 530 กิโลเมตร รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 460 กิโลเมตร
- ความเร็วสูงสุด : ยังไม่ระบุ
- ราคาเริ่ม : 1.22 ล้านบาท($37,000) – 1.49 ล้านบาท($45,000)
- วางขาย : กลางปี 2565
20. Volvo C40 Recharge ราคา 1.93 ล้านบาท($58,750)

รถยนต์ไฟฟ้า Volvo C40 เป็นรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้า(CUV)ทรงคูเป้ จะออกสู่ท้องถนนในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ทางวอลโว่ได้ประการราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ C40 แล้วโดยเริ่มต้นที่ 58,750 ดอลล่าร์สหรัฐ(1.9 ล้านบาท) โดยราคานี้เป็นราคาก่อนหักเครดิตภาษีช่วยเหลือของภาครัฐ ถ้าได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไปอีกจะได้รับส่วนลดไปประมาณ $7,500 หรือ 2.25 แสนบาทครับ

ครอสโอเวอร์คูเป้ของวอลโว่ เปิดตัวในเดือนมีนาคม และตอนนี้สามารถจองได้แล้ว(ในสหรัฐอเมริกา) โดยใช้เงินจอง 500 ดอลล่าร์ (16,419 บาท) Volvo C40 นับเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นที่ 2 ต่อจาก Volvo XC40 ซึ่งเป็นครั้งแรกของวอลโว่ที่จะไม่มีการใช้หนัง(สัตว์)ในการตกแต่งภายในห้องโดยสารเลย นอกจากนี้ Volvo C40 ยังเป็นรถที่ถูกออกแบบมาเป็นรถไฟฟ้าตั้งแต่ต้น ต่างจาก Volvo XC40 ที่มีการดัดแปลงมาจากรถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน Volvo XC40 จะจำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้น แต่การจัดส่งและการบริการอื่นๆยังใช้ผ่านตัวแทนจำหน่ายอยู่
สเปคห้องโดยสารเปรียบเทียบระหว่าง Volvo XC40 และ Volvo C40
| ขนาด | Volvo XC40 Recharge | Volvo C40 Recharge |
| Headroom(พื้นที่เหนือศีรษะ) with panoramic sunroof | 95.5 mm (หน้า)/97.4 mm (หลัง) | 1,002 mm (หน้า)/93.2 mm (หลัง) |
| ความกว้างของช่องใส่ของระดับหัวไหล่ | 1,440 mm (หน้า)/1,429 mm (หลัง) | 1,440 mm (หน้า)/1,429 mm (หลัง) |
| Legroom(พื้นที่วางขา) | 1,040 mm (หน้า)/917 mm (หลัง) | 1,040 mm (หน้า)/917 mm (หลัง) |
| Cargo Volume (V211-2) (พื้นที่เก็บสัมภาระในกรณีไม่ได้พับเบาะแถวหลัง) (Second seat up. Load height limited to the upper edge of the second seatback or second window) | 414 ลิตร | 413 ลิตร |
| Cargo Volume (V214-1) (พื้นที่เก็บสัมภาระในกรณีพับเบาะแถวหลังทั้งหมด) (Largest volume. Load height limited by the head lining. Front limited by vertical plane tangential to the rear side of the front seatback) | 1,290 ลิตร | TBA |
| Cargo Volume (V214-2) (พื้นที่เก็บสัมภาระแบบไม่พับเบาะ, แต่เก็บทั้งเบาะหลังและด้านท้ายของรถ) (Second seat up. Load height limited by the headlining. Front limited by vertical plane tangential to the rear side of the front seatback) | TBA | 489 ลิตร |
| Frunk Volume(พื้นที่ใต้ฝากระโปรงรถ) | 31 ลิตร | 31 ลิตร |


แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย
วอลโว่มีรุ่นย่อยของ C40 สำหรับโมเดลปี 2022 คือ รุ่น Simplified Plus และรุ่น Ultimate โดยแตกต่างที่การตกแต่ง แต่ระบบขับเคลื่อนโดยรวมจะเหมือนกับ XC40 Recharge ที่ออกมาก่อนหน้านี้
ช่วงแรกของการเปิดตัวจะมีจำหน่ายเพียงรุ่น Ultimate ซึ่งจะมีจุดเด่น ได้แก่ ระบบช่วยขับขี่ Pilot Assist , ระบบเสียงจาก Harman Kardon , ไฟหน้าแบบ Pixel LED ,หลังคา Panoramic Moon Roof ทำให้ราคาของ C40 จะแพงกว่า XC40 อยู่ประมาณ 3,665 ดอลล่าร์ (120,395 บาท)

ซื้อ Volvo C40 ที่อเมริกา ชาร์จไฟฟรี 250 kWh ภายใน 3 ปีแรก
C40 จะเปิดตัวเป็นรถยนต์รุ่นปี 2022 สามารถชาร์จฟรี 3 ปีที่เครือข่าย Electrify America ซึ่งชาร์จได้สูงสุดที่ 250 kWh และผู้ซื้อ C40 ยังได้เป็นสมาชิก Pass Plus ทำให้สามารถชาร์จด้วยราคาพิเศษได้เป็นเวลาอีก 1 ปีหลังจากหมดเวลาชาร์จฟรีแล้ว
สำหรับระยะทางต่อชาร์จของ Volvo C40 ยังไม่ได้มีผลการทดสอบจาก EPA แต่คาดว่าน่าจะมีระยะทางใกล้เคียงกับ Volvo XC40 อยู่ที่ 208 ไมล์ (334 กิโลเมตร) รถยนต์ไฟฟ้า Volvo C40 จะเริ่มผลิตในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และจะส่งมอบได้ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้เช่นกัน
สเปครถยนต์ไฟฟ้า Volvo C40
- ขนาดโดยรวมเท่ากับ XC40
- แบตเตอรี่ CATL : 78 kWh (ใช้ได้จริง 75 kWh)
- ระยะทางต่อชาร์จ : 260 ไมล์ (WLTP) / 208 ไมล์ (EPA)
- มอเตอร์ : 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 408 แรงม้า
- อัตราเร่ง 0-96 km/H : 4.9 วินาที
- ระบบ infotainment : ขนาดจอ 12.3 นิ้ว ใช้ระบบ Google Android
- วางขาย : ปี 2565
- ราคา 1.93 ล้านบาท($58,750)



21. Vinfast VF e35 ราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาท($30,500)

รถยนต์ไฟฟ้า Vinfast ค่ายน้องใหม่จากเวียดนามที่ได้สำนักออกแบบรถยนต์ชื่อดังระดับอย่าง Pininfarina มาออกแบบให้นะครับ โดยรถยนต์ไฟฟ้า Vinfast ที่จะเจาะตลาดอเมริกาจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลักๆคือ VF e35 (SUV size เล็ก) กับ VF e36 (SUV Size กลาง) ซึ่ง VF e35 จะมี Range อยู่ที่ 500 km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ส่วน VF e36 นั้นจะมี Range มากถึง 550 km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
รถยนต์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ให้แรงม้ามากถึง 402 แรงม้าและแรงบิดมากถึง 640 nm
ส่วนการเปิดสั่งจองนั้นจะเริ่ม ในงาน CES 2022 นะครับ
22. Vinfast VF e36

ที่มา : Consumerreports
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าอีก 21 รุ่นที่วางขายในอเมริกาแล้วนั้นผมจะทิ้งแค่ชื่อรุ่นและรูปภาพเอาไว้นะครับ เนื่องจากเคยพูดถึง spec รถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้กันไปตั้งแต่ต้นปี 2564 ไปแล้วนะครับ
23. Tesla Model 3

24. Tesla Model Y

25. Tesla Model X

26. Tesla Model S

27. Chevrolet Bolt

28. Chevrolet Bolt EUV

29. Audi E-tron

30. Audi E-tron GT

31. Ford Mach-e

32. Volksagen ID.4

33. Porsche Taycan

34. Porsche Taycan Turismo

35. Mercedes Benz EQS

36. BMW i3

37. Nissan Leaf

38. mini cooper SE

39. Jaguar I-PACE

40. Volvo XC40

41. Kia Niro EV

42. Hyundai IONIQ EV

43. Polestar 2
43. Hyundai Kona EV

44. Audi e-tron sportback

BLINK DRIVE TAKE
การพัฒนาการของรถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศปี 2564 นั้นก็ถือว่าฉีกตัวออกจากไทยไปเยอะมากแล้ว คิดดูว่า ปี 2564 นั้นอเมริกามีรถยนต์ไฟฟ้าขายมากกว่า 22 รุ่นไปแล้ว พอมาปี 2565 ปรากฏว่า มีรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวเป็น 44 คัน
ในขณะที่ไทยเรานั้นมีรถยนต์ไฟฟ้าในปีที่แล้วอยู่เพียง 2 รุ่นหลักๆ ที่ได้สิทธิ์ในการขายผ่าน FTA 0% คือ MG ZS EV และ MG EP
ส่วนรถเกรย์นั้นผมไม่เอามาลงในสมการจริงๆเพราะราคารถนั้นมันไม่ใช่ราคาที่คนฐานะปานกลางอย่างพวกเราจะเอื้อมถึงจริงๆ (ยกตัวอย่างเช่น Porsche Taycan Turbo S ในไทยก็ปาไป 10 ล้านบาทไปแล้วครับผม)
ผมจึงอยากให้โพสนี้เป็นโพสที่เรียนไปถึงรัฐบาลไทยและผู้คุมกฏของยานยนต์ในไทยหน่อยนะครับ
ผมอยากฝากคำถามง่ายๆ ให้พวกเค้าหน่อยนะครับว่า ถ้าประเทศผู้นำมีรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 44 รุ่นขายในประเทศของเค้าแบบนี้ ไทยเราที่มี GDP ส่งออกเป็นยานยนต์หรืออะไหล่รถยนต์เป็นหลักแบบนี้ จะไม่คิดปรับตัวหรือจีบผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เข้ามาผลิตในไทยหน่อยหรอครับ? เราจะปล่อยให้ยุโรป, จีน, อเมริกาหรือแม้กระทั่งเวียดนาม กระโจนเข้าตลาดนี้อย่างเดียวเลยหรอครับ?
อยากให้พวกแกตอบคำถามของพวกเราจริงๆ แหละครับ
ผมเป็นห่วงอนาคตของเยาวชนไทยที่กำลังจะเติบโตมาแล้วไม่มีงานทำในอุตสาหกรรมด้านนี้เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้าน(เวียดนาม เป็นต้น)เค้าปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันโลกกันไปแล้วครับ
ถ้าเราไม่เริ่มเปลี่ยนวันนี้ อนาคตเราดูน่าเป็นห่วงแน่นอนนะครับ










