รีวิวโค๊ดเหล่านี้ได้มาจากคุณโต๋ (Towtae E.) เป็นสมาชิกท่านนึงในเพจ Blink Drive นะครับ
เค้าแจ้งผมมาว่าวันนี้ว่า ตั้งแต่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 มาเพิ่งเจอกับปัญหานี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยเจอปัญหา Brake หลังล๊อคเองนะครับ ในกระทู้ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 อายุ 18 เดือนกับเลขไมล์ 58,000 km, ซ่อมอะไรไปกันแล้วบ้าง?
อาการก่อนเกิดปัญหารอบนี้นั้นเป็นแบบนี้ครับ
ถ้าalert (รหัสแจ้งเตือน)โชว์ จะพอใช้รถได้ แต่รถยนต์จะติดๆดับๆ
ตอนแรกที่เป็นคือรถดับไปเฉยๆ เลย ตอนนั้นก็งงว่ารถเป็นอะไร เพราะเราไม่สามารถกดปุ่มอะไรในรถได้เลย, ประตูก็เปิดไม่ได้ แต่ยังเปิดแบบManuel ได้(มีรูปการเปิดประตูแบบ manual ด้านล่างครับ) ซึ่งพอกดเปิดกระจกจะไปลดลงมาเหมือนการเปิดประตูธรรมดา พอรอสักพัก ไฟฟ้าในรถกลับมาเหมือนปกติ แต่ยังขับไปไหนไม่ได้ หน้าจอรถเปิดได้ตามปกติ ระบบไฟเริ่มกลับมา และก็มี alert ขึ้นแจ้งเต็มไปหมด(เหมือนในรูปด้านบน) ผมทำการ restart รถไปทีนึงยังเหมือนเดิม ตอนนั้นก็ถอดใจไปแล้ว แต่ปรากฏซักพัก ไฟฟ้าก็เข้าระบบมาเหมือนปกติ และรถก็สามารถขับได้ตามปกติ แต่หน้าจอยังแจ้งว่า12v อ่อน หลังจากนั้น จะเกิดอาการดับนิ่งวันละรอบ
คุณโต๋กล่าวเอาไว้
หลังจากที่คุณโต๋เจอกับปัญหานี้เข้าให้แล้วเค้าก็ไม่ชะล่าใจครับ เค้าได้โทรไปนัด mobile service หรือนัดการซ่อมรถแบบ delivery ถึงบ้านครับ โดยการบริการแบบนี้ Tesla จะให้พนักงานขับรถมาซ่อมให้เราถึงบ้าน แต่ปรากฏว่า ช่วงนี้เป็นช่วง Covid-19 ทำให้คิว Mobile Service นั้นแน่นไปจนถึงอาทิตย์หน้าเลยครับ
หมายเหตุ : การให้บริการรถยนต์ Tesla ต่างจากค่ายรถยนต์อื่นๆ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า Tesla นั้นมีอะไหล่ในการขับเคลื่อนน้อยกว่ารถยนต์น้ำมันอย่างมาก(รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่ใช้ในการขับเคลื่อนประมาณ 16 ชิ้นถ้วน ต่างจากรถยนต์น้ำมันที่มีชิ้นส่วนที่ใช้ในการขับเคลื่อนถึง 3,000 ชิ้น) ทำให้ Tesla สามารถยัดอะไหล่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดเข้าไปในรถ Mobile Service ยังไงล่ะครับ ส่วนรถยนต์น้ำมันจะรับบริการที่ศูนย์เป็นหลักครับ
สุดท้ายคุณโต๋ตัดสินใจว่าไม่รอถึงอาทิตย์หน้าแล้วเพราะอยากรู้จริงๆว่ารถเป็นอะไรจึงนำรถเข้าไปยังศูนย์ Service Center ครับ ถ้าเอารถเข้าศูนย์แล้วบาดแผลไม่เยอะแบบนี้ก็รอไม่นานครับ ปรากฏว่าทางศูนย์วินิจฉัยออกมาว่า แบต 12 volts (ลูกเล็ก)เสื่อมเสียแล้ว ต้องทำการเปลี่ยนครับ
ประกัน Tesla ครอบคลุมไหม?
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแบต 12 volts หรือแบตลูกเล็กนี้จะไม่อยู่ใน warranty (ประกัน) ของ powertrain(ระบบขับเคลื่อนรถ) นะครับ แต่จะไปอยู่ในประกัน bumper to bumper (ครอบคลุมทั้งคัน)ครับ โดย Tesla แบ่งการประกันรถออกเป็นหลัก ๆ 2 อย่างดังนี้
- ประกัน Powertrain (ระบบขับเคลื่อน) ซึ่งจะประกันระบบไฟฟ้าเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนทั้งหมด,แบต(ก้อนใหญ่) 50-75 kWh และมอเตอร์ชุดขับเคลื่อน : 8 ปี หรือ 120,000 ไมล์(192,000 km) อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน
- ประกันครอบคลุมทั้งรถ(Bumper to Bumper) ประกันตัวนี้จะครอบคลุมทั้งรถไม่ว่าจะเป็นระบบแอร์, ระบบ Bluetooth, wifi, หน้าจอรถ, เรียกได้ว่า กันชนหน้าถึงกันชนหลัง(Bumper to Bumper) รถเลยครับ : 4 ปี หรือ 50,000 ไมล์(80,000 km) อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน
โดยรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 ของคุณโต๋นั้นใช้งานมา 2 ปีกว่าๆ เองแต่เค้าขับมันส์มากครับ เฮียโต๋ขับไปแล้วกว่า 55,000 ไมล์หรือ 90,000 km ครับ (โหดจริงๆ) ดังนั้นประกัน bumper to bumper ของเฮียโต๋ขาดเรียบร้อยแล้วครับ และไอ่เจ้าแบต 12 volt นี้ดันไปอยู่ในประกัน bumper to bumper เสียด้วย ทำให้เค้าต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดครับ
สรุปงานนี้ คุณโต๋เสียเงินค่าเปลี่ยนแบตไปทั้งหมด $114 หรือประมาณ 3,534 บาทครับโดยแบ่งค่าใช้จ่ายเป็นค่าแบต $85(2,635 บาท) และค่าแรง $29(900 บาท) (ค่าแรงแพงเกิ๊น)
จริงๆ ถ้าใครอยากลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ คุณโต๋แนะนำให้ซื้อแบต 12 volts มาสำรองเอาไว้ก็ดีครับเพราะว่าร้านอะไหล่ยนต์ทั่วไปไม่มีแบตของ Model 3 เก็บเอาไว้ใน stock กันเลยครับ
ส่วนการเปลี่ยนแบตนั้นก็ง่ายพอๆกับการเปลี่ยนแบตรถยนต์น้ำมันครับ นี่คือวิดีโอการเปลี่ยนแบตที่คุณโต๋ส่งมาครับ

