อ้างอิงข้อมูลจาก fox news และ Reuters คนขับรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S 2021 ได้ทำการเบรคกระทันหันบนถนน I-80 (Interstate-80) แถวเมืองซานฟรานซิสโก(ข้างเกาะ Treasure Island) ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 9 คนและ 2 ใน 9 คนนั้นเป็นเด็กน้อยซึ่งมีอาการสาหัด
หลังจากที่คนขับรถ Tesla ลงมาจากรถแล้วได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้รีบแจ้งตำรวจโดยโยนความผิดให้ระบบ FSD (Full Self-Driving)ทันทีว่า รถทำเปลี่ยนเลนเอง 1 ครั้งจากนั้นก็ทำการเบรคเองกระทันหัน ทำให้รถคันหลังชน ซึ่งพอชนปุ๊บคนขับก็รายงานว่าเปิด FSD (ซะงั้น) ตำรวจก็ได้ทำสำนวนดังกล่าวขึ้นมาให้ Reuters ทันที
ส่วน NHTSA ก็ยังไม่สรุปข้อมูลใดๆ ออกมาทั้งนั้น จนกว่าจะได้ log จาก Tesla จริงๆ ว่า อะไรที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์การชนหนักแบบนี้ หนึ่งในข้อมูลที่ NHTSA ได้มาทันทีคือ ภาพวิดีโอ dashcam ทั้ง 4 มุมก่อนและหลังชนครับ แต่ยังไงก็ตาม สำนวนนี้ยังไม่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะชน
คนขับไม่ได้เปิด FSD (Beta)??

อ้างอิงจากผู้ใช้งาน Tesla และใช้งานถนน highway เส้น I-80 นั้น เค้าได้แจ้งมาว่า รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ไม่สามารถใช้งาน FSD Beta บน highway ได้อยู่แล้ว เพราะถนน I-80 นั้นเป็นถนน highway (ความเร็วสูง)

ระบบ FSD Beta มันจะไม่ทำงาน แต่ระบบมันจะเปลี่ยนไปใช้เพียงแค่ Autopilot เท่านั้นเอง ดังนั้น ความรับผิดชอบทั้งพวงมาลัย, เบรคและคันเร่งนั้นต้องมาจากผู้ขับขี่ Tesla โดยตรงครับ

ระบบ FSD Beta ไม่อนุญาติให้ใช้งานถ้าคนขับไม่เข้าใจระบบ??
ระบบ FSD Beta หรือระบบช่วยเหลือในการขับขี่แบบทดลองนั้นไม่เปิดใช้งานกันง่ายๆ ครับ ก่อนอื่นคือ เราต้องกดปุ่ม “request Full Self-Driving beta” ซึ่งถ้าเราไม่ชอบหรือใช้งานไม่คล่องจริงๆ ก็เลือกที่จะไม่กดก็ได้ครับ ระบบมันไม่ได้ติดมากับรถนะครับ ผู้ใช้งาน FSD Beta ทุกคนต้องซื้อ software มาใช้งานซึ่งมีราคา $15,000 หรือ 517,000 บาทในปัจจุบัน

แต่ถึงกดไปแล้วก็ต้องโดน security check(เชคความปลอดภัย)อีกขั้นเช่นกัน โดยก่อนที่เราจะใช้งาน FSD Beta นั้น เราจะต้องกดยอมรับทั้งหมด 3 อย่างด้วยกันคือ
- ยอมรับว่า เลขตัวถังรถ Tesla คันนี้นั้นจะส่งข้อมูลกลับไปให้ Tesla HQ(ศูนย์แม่)ตรวจสอบได้ตลอดเวลาหรือเรียกง่ายๆ ว่า ส่ง log ข้อมูลทุกอย่างระหว่างการใช้งาน Tesla FSD Beta นั้นกลับไปที่ศูนย์แม่นะครับ
- ผม(คนขับ)เข้าใจว่าระบบ Tesla FSD Beta นั้นเป็นระบบช่วยเหลือในการขับขี่ ดังนั้นระหว่างการใช้งานมือคนขับจะต้องอยู่ที่พวงมาลัยเพื่อเตรียม take action (แก้ไขสถานการณ์)ระหว่างใช้งานตลอดเวลา ย้ำอีกทีว่า “FSD Beta ไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ”
- ผม(คนขับ)เข้าใจและยอมรับว่า FSD Beta จะถูกเพิกถอนการใช้งานเมื่อไหร่ก็ได้(ถ้าคนขับทำผิดกฏ)

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ครับที่คุณจะกดใช้งาน Tesla FSD Beta โดนไม่อ่านข้อความเหล่านี้ ตอนผมใช้งาน Tesla FSD Beta ก็ต้องอ่านทุกบรรทัดก่อนใช้งานจริงๆครับเพราะรถคันล่ะเป็นล้านบาท จะให้ software มาขับซี้ซ้วนไม่ได้แหละครับ

ไม่ว่าคุณจะใช้งาน Autopilot หรือ FSD Beta นั้น คนขับต้องเป็นคนที่มีสติในการขับตลอดเวลาและมือจะต้องอยู่ที่พวงมาลัยตลอดเวลาที่ขับขี่เพื่อป้องกันไม่ให้รถเกิดอุบัติเหตุครับ
BLINK DRIVE TAKE
ผมมีคลิปการใช้งาน FSD Beta บนถนน local (ทางธรรมดา) กับถนน highway มาเอาไว้ตรงนี้เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษากันนะครับ
ถ้าจะให้ผมให้คะแนน Tesla FSD Beta นั้นก็ประมาณเด็กอนุบาลขับรถครับ ช่วยเหลือเราขับได้แต่ผมไม่สามารถไว้ใจระบบได้ซักวินาทีเดียวเลยครับ
อ้างอิงจากประสบการณ์การใช้งานทั้ง Autopilot และ FSD Beta นะครับ รถผมเคยเบรคกระตุกแรงๆ หรือเรียกว่า phantom brake บ้างเวลาขับผ่านเงาสะพานเพราะมันชอบมองผิดว่าเป็นวัตถุกลางถนนครับ แต่ไม่ถึงกับเบรคจนรถหยุด แต่ต่อให้รถทำการเบรคแบบ phantom brake แล้ว ผมก็เหยียบคันเร่งสวนเพื่อ override (แก้ไข)คำสั่งเบรคนั้นได้ทันทีครับ(มันจะมีช่วง 0.5-1 วินาทีที่เราสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้) ซึ่งผมแปลกใจกับเคสนี้ว่า รถหยุดแบบ full stop completely เลย(ใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 วินาทีกว่าจะทำแบบนั้นได้) โดยที่คนขับไม่เอะใจที่จะขับรถไปต่อหรือเหยียบคันเร่งสวนระบบเบรคของรถครับ เพราะผมลองมาทุกครั้ง รถจะ diengage autopilot หรือ fsd beta ทันทีที่ผมป้อนคำสั่ง เอาจริงๆ แค่ผมหักพวงมาลัยเบาๆ บางทีมันยังออกจากระบบ FSD Beta หรือ autopilot เลยครับ
การใช้งานระบบเหล่านี้นั้น ผู้ใช้งานต้องมองไปด้านหน้าตลอดเวลาเพราะกล้องในรถมันจะจับพฤติกรรมการขับขี่เรา ถ้าเรามองไปทางซ้ายแรงๆ หรือขวาแรงๆ(แบบหันหน้า)ระบบจะแจ้งเตือนภายใน 5 – 10 วินาทีและถ้ายังไม่หันกลับมามองด้านหน้าพร้อมจับพวงมาลัยระบบจะทำการลดความเร็วและเปลี่ยนเลนเพื่อเข้าข้างทาง อันนี้ผมไม่แน่ใจจริงๆว่า ผู้ใช้งาน Tesla Model S นั้นทำอะไรอยู่ในรถก่อนชนนะครับ คงต้องรอ log ของ Tesla เพื่อเปิดขึ้นมาเชคว่าคนขับทำอะไรก่อนชน 2-5 วินาทีแหละครับ
