หลังจากได้มีการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาในแคลิฟอร์เนีย (รัฐที่ได้ชื่อว่าล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดรัฐนึงในสหรัฐอเมริกา) วินฟาสต์ บริษัทลูกในเครือวินกรุ๊ป ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของเวียตนามก็ได้รับใบอนุญาติในการทดลองรถยนต์ขับเองในรัฐแคลิฟอร์เนีย

นับเป็นก้าวสำคัญของเครือวินกรุ๊ปที่สามารถแทรกตัวเข้าไปในตลาดที่มีคู่แข่งมากมายได้อย่างตลาดสหรัฐอเมริกา และที่จะได้โอกาสนำรถยนต์สัญชาติเวียตนามเข้าแข่งขันกับบริษัทเทคอย่างแอปเปิ้ล และบรรดาค่ายรถยักษ์ใหญ่หลายสัญชาติอย่างเช่น เทสล่า, บีเอ็ม, โฟลสวาเก้นที่ต่างพากันตบเท้าเข้ามาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ปลายเดือนมกราคม 2564 วินฟาสต์ได้ออกมาคอนเฟิมว่าทางบริษัทได้ทำการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น ได้เสร็จสิ้น คือ
- วี31 (เอสยูวีระดับเดียวกับรถยนต์ c segment) โดย SUV c segment นั้นก็จะมี Toyota Rav4, Honda CR-V, และ Mazda CX-5 เป็นต้น

- วี32 (เอสยูวีระดับเดียวกับรถยนต์ d segment) – SUV d segment สำหรับบ้านเราก็จะเป็น Mitsubishi Outlander, และ Nissan X-trail เป็นต้น

- วี33 (เอสยูวีระดับเดียวกับรถยนต์ e segment) โดยรถ SUV e segment จะเป็นรถ SUV หรูกันนะครับ

โดยทั้ง 3 รุ่นมีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ อย่างเช่น
- ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (intelligent steering assist system)
- ระบบช่วยรักษาใ้ห้ตัวรถอยู่ในเลน (adapted lane control system)
- ระบบช่วยจัดการทริปการเดินทาง (active journey control system)
- ระบบเตือนก่อนการชนรอบคัน (multi-point collision warning system)
- ระบบช่วยลดความเสียหายหลังการเกิดอุบัติเหตุ ( comprehensive collision mitigation system )
- ระบช่วยจอด ( intelligent automated parking system)
- และระบบช่วยตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ (driver monitoring system.)

สำหรับใครที่สนใจเรื่องระบบ intelligent automated parking system ก็สามารถติดตามชม ณ คลิปของ Blink Drive ด้านล่างนี้เลยนะ
โดยรุ่น วี32 (เอสยูวีระดับเดียวกับรถยนต์ d segment) และ วี33 (เอสยูวีระดับเดียวกับรถยนต์ e segment) จะมีการทำการตลาดในอเมริกา, แคนาดา และ ยุโรปบางประเทศเริ่มต้นจำหน่ายในปี 2565 เป็นต้นไป
ที่มา : Yahoo
BLINK DRIVE TAKE
by Ms. P
มากไปกว่านั้นทางกลุ่มวินยังมีแผนที่จะเริ่มทำตลาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, รถเมล์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าขนาดอื่นๆอีกด้วย
มากไปกว่านั้นทางกลุ่มวินยังมีแผนที่จะเริ่มทำตลาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, รถเมล์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าขนาดอื่นๆอีกด้วย
ในเวียตนามได้มีการเริ่มติดตั้งจุดชาตไฟฟ้าที่วินโฮมโอเชี่ยนปาร์ค (คล้ายๆกับมารีน่าเบย์ในสิงคโปร์) เพื่อเตรียมรองรับรถไฟฟ้าที่จะเริ่มขายในประเทศในปี 2564
เรียกได้ว่าเวียตนามได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นใหญ่เลยทีเดียว
